คลังภาพ

ความรู้ธุรกิจเบื้องต้น : 5 C’s หลักในการพิจารณาสินเชื่อ อยากกู้ต้องอ่าน !

คนส่วนใหญ่ที่คิดอยากกู้เงินทุนทำธุรกิจมักจะไม่ผ่านการพิจารณาขอสินเชื่อจากแบงค์ แล้วก็คิดว่าธุรกิจนี้เราว่าน่าจะไปได้รุ่งแต่ทำไมธนาคารกลับไม่รับพิจารณา ซึ่งการพิจารณาสินเชื่อของธนาคารนั้นหลายคนไม่รู้ว่ามีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอยู่ด้วยครับ ซึ่งเรียกว่า 5 C’s of credit หรือหลักในการพิจารณาสินเชื่อ 5 ข้อนั่นเอง ซึ่งหลักในการพิจารณานี้ถูกยอมรับเป็นสากลทั่วโลก ดังนั้นหากคุณต้องการที่จะทำเรื่องกุ้เงินแบงค์ คุณควรตรวจสอบความพร้อมของธุรกิจให้ดีก่อนว่า ธุรกิจของคุณมีครบทุกข้อหรือยัง ซึ่งถ้ามีครบทุกข้อโอกาสที่จะผ่านการอนุมัติมีสูงครับ วันนี้ผมจะมาบอกถึงหลักในการพิจารณาสินเชื่อธุรกิจ 5 ข้อนี้และก็คุณสมบัติที่ไม่พึงประสงค์ด้วยครับ

Q : 5 C’s of credit คืออะไร ?
A : 5 C’s of credit คือหลักเบื้องต้นในการพิจารณาความพร้อมของลูกค้าเพื่อนำไปสู่การอนุมัติสินเชื่อ ซึ่งหลักนี้มีอยู่ 5 ข้อแต่ละข้อจะใช้ในการวิเคราะห์ความพร้อมของผู้ขอกู้ว่ามีความสามารถในการนำเงินมาใช้คืนได้อย่างไรและ5 C’s เป็นหลักที่ถูกยอมรับใช้ในทั่วโลก

Q : ทำไมธนาคารต้องใช้ 5 C’s of credit ?
A : ถ้าหากคุณเป็นคนปล่อยกู้สิ่งแรกที่คุณจะทำคืออะไร ? ใช่แล้วครับ ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขอกู้ว่าสามารถหาเงินมาใช้คืนเราได้ยังไง ซึ่งธนาคารก็คิดแบบนี้เช่นกัน ธนาคารคงไม่ใจดีไปรับคนมั่วๆมาแล้วให้เงินง่ายๆหรอกครับ หลัก 5 C’s จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อประเมินคุณสมบัติของผู้ขอกู้ว่ามีการวางแผนธุรกิจและความพร้อมในธุรกิจนั้นจริงๆและจะดำเนินธุรกิจตามแผนการที่ผ่านการวิเคราะห์จากผุ้เชี่ยวชาญของธนาคารแล้ว

Q : จำเป็นไหมที่ต้องมีครบทุกข้อถ้าจะขอกู้ไปทำธุรกิจ
A : ไม่จำเป็นครับแต่โอกาสได้จะน้อยกว่ามีครบทุกข้อมากๆ

หลัก 5 C’s of credit มี 5 ข้อดังนี้

1. Character (ผู้กู้) : ธนาคารจำเป็นต้องวิเคราะห์ความพร้อมของเจ้าของธุรกิจก่อนที่จะอนุมัติสินเชื่อ ธนาคารจะดูว่าคุณรู้เรื่องในธุรกิจนั้นๆแค่ไหนถ้าเป็นบุคคลธนาคารจะดูความพร้อม อายุ และประสบการณ์ ความเข้าใจ และแผนธุรกิจ ถ้าหากเป็นบริษัท ธนาคารจะดูความพร้อมของทีมงาน และความพร้อมของบริษัทเป็นต้น

2. Capacity (ความสามารถในการชำระหนี้) : ธนาคารจะตรวจสอบความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอกู้ว่ามีความสามารถที่จะชำระหนี้ได้ตามที่กำหนดระยะเวลาหรือไม่

3. Capital (เงินทุน) : หากคุณคิดจะทำธุรกิจคุณควรจะมีเงินทุนจำนวน 30-40 % ของจำนวนเงินทั้งหมดที่ต้องใช้ เช่น ถ้าธุรกิจต้องใช้เงิน 1ล้านบาท คุณควรมีเงินของตัวเอง 3-4แสน เพราะโดยทั่วไปธนาคารมักจะอนุมัติเงินแค่ 60-70% ที่เรายื่นเรื่องไปเพื่อเป้นการลดความเสี่ยงของธนาคารเองด้วย

4. Collateral (หลักประกัน) : การมีหลักทรัพย์ค้ำประกันย่อมทำให้ธนาคารเชื่อใจคุณมากยิ่งขึ้น ถ้าธุรกิจของคุณไปไม่รอดและไม่สามารถนำเงินมาคืนธนาคารได้ ธนาคารก็ยังสามารถนำหลักทรัพย์ที่คุณวางไว้ไปขายต่อได้

5. Conditions (สภาพเศรษฐกิจ) : สภาพเศรษฐกิจในเวลานั้นเป็นส่วนหนึ่งในการอนุมัติสินเชื่อของคุณ ถ้าสภาพเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องไม่ดีธนาคารก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะอนุมัติสินเชื่อให้คุณนำไปลงทุนทำธุรกิจได้

6.(ข้อพิเศษ) Cash Flow (กระแสเงินสด) : การขอกู้เพื่อขยายฐานกิจการ ธุรกิจของคุณควรจะมีกระแสเงินในบัญชีหมุนเวียนไม่ขาดสายในระยะเวลา 1ปีขึ้นไปเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถของธุรกิจนี้ว่าสามารถไปได้สวยและสามารถขยายฐานธุรกิจไปได้อีก

ส่วนข้อห้ามที่ถ้ามีขอกู้ไม่ผ่านแน่นอนคือ

1.ไม่มีแผนธุรกิจ : ถ้าคุณไม่มีแผนธุรกิจยังไงธนาคารก็คงให้อนุมัติสินเชื่อไม่ได้เพราะการยื่นขอสินเชื่อต้องยื่นประกอบกับแผนธุรกิจ เพราะการไม่มีแผนธุรกิจก็เหมือนการทำธุรกิจแบบขอไปทีและโอกาสล้มเหลวสูง

2.ไม่มีรายได้ประจำ : ขนาดรายได้ประจำคุณยังไม่มี แล้วถ้าเกิดธุรกิจผิดพลาดคุณจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ธนาคาร ? ดังนั้นคุณควรทำบัญชีธนาคารของคุณให้มีเงินหมุนเวียนอยู่ตลอดดังกฏข้อที่ 6 ที่กล่าวไป Cash flow

3.ไม่มีประสบการณ์แต่คิดการใหญ่เกิน : การที่ไม่มีประสบการณ์แต่ต้องการผลตอบแทนที่โอเว่อร์ย่อมทำไม่ดีแน่ ซึ่งธนาคารไม่ต้องการเสี่ยงไปกับคุณ ดังนั้นการไม่อนุมัติสินเชื่อธุรกิจจึงเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติในเคสนี้

3.มีประวัติหนี้ NPL

4.ติด Black list ของธนาคาร

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s